ID: 1784
🌳 ดูผังต้นไม้โดยเริ่มจากคนนี้
แถม (แสนโสม)
สายตระกูล แสนโสม
หมายเหตุ / ข้อมูลประวัติ
อดีตกำนันตำบลคำชะอี 2524-2540
กำนันนักพัฒนาและกำนันแหนบทองคำ (คนแรกของจังหวัดมุกดาหาร)
ประวัติ
นายแถม แสนโสม เป็นคนบ้านคำชะอีโดยกำเนิด ในสมัยนั้นคือ บ้านคำชะอี ตำบลคำชะอี กิ่งอำเภอคำชะอี จังหวัดนครพนม (ก่อนจะกลายมาเป็นจังหวัดมุกดาหาร) เป็นบุตรของนายแสง แสนโสม ชาวบ้านหนองกะปาด และนางหนู แสนโสม ชาวบ้านคำชะอี
กำนันแถมเกิดเมื่อวันที่ ๑ เมษายน ๒๔๘๐ มีพี่น้องร่วมสายโลหิตทั้งหมด ๖ คน คือ
๑. นางนาง วังคะฮาต (ป้าเนิน) ถึงแก่กรรม
๒. นายนวล แสนโสม (ย้ายไปอยู่บ้านโค้งสำราญ อ.เมือง จ.มุกดาหาร) ถึงแก่กรรม
๓. นายใน แสนโสม (อดีตผู้ใหญ่บ้านโค้งสำราญ) ปัจจุบันย้ายไปอยู่ที่บ้านภูแผงม้า อ.นิคมคำสร้อย จ.มุกดาหาร
๔. นายแถม แสนโสม
๕. นางจำลอง สุวรรณไตรย์ (สาลอง) ถึงแก่กรรม
๖. นางสุนันทา สุวรรณไตรย์ (สาวสีนัน)
#การศึกษา
ชีวิตในวัยเด็ก นายแถม แสนโสม ได้เข้าเรียนตามเกณฑ์บังคับที่โรงเรียนประชาบาลคำชะอี กิ่งอำเภอคำชะอี มณฑลอุดรธานี (ในสมัยนั้นคือวันที่ ๒๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๙๐) สมัยนั้นอายุ ๑๐ ขวบเข้าเรียน ป.๑ และเมื่อตอนเด็กๆ เด็กชายแถม แสนโสม ได้ฉายแววแห่งการเป็นผู้นำตั้งแต่วัยเยาว์ ครูประจำชั้น ป.๔ ตอนนั้นคือ ครูสิงห์ โพธิไสย และเป็นอดีตครูใหญ่ ได้เขียนบันทึกไว้ว่า:
“เด็กชายแถม แสนโสม เลขประจำตัว ๑๑๕๕ สอบไล่ได้ปลายปี ๘๓ เปอร์เซ็นต์ สอบได้อันดับ ๒ จบชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ เมื่อวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๔๙๕ และเป็นหัวหน้าโรงเรียน”
ภายหลังจากเรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ กำนันแถมก้าวเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ บวชเรียนศึกษาหาความรู้ทางพุทธศาสนา ที่วัดโพธิ์ศรีแก้ว บ้านคำชะอี หมู่ ๔ ตำบลคำชะอี กิ่งอำเภอคำชะอี จังหวัดนครพนม ในยุคสมัยนั้น โดยมีหลวงพ่อพระมหาสุรศักดิ์ ชีวานันโท เป็นพระอาจารย์ จนสอบได้นักธรรมตรีได้คะแนนเป็นเอก ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๔๙๙ จึงลาสิกขาบทรวมระยะเวลาที่บวช ๒ พรรษา
#ชีวิตในวัยหนุ่ม
หลังจากลาสิกขาบท ชีวิตย่างเข้าสู่วัยหนุ่ม ด้วยความกล้าและมีความเป็นผู้นำ นายแถม แสนโสม จึงได้ชวนเพื่อนๆ ในหมู่บ้านเดียวกัน คือ นายนคร วังคะฮาต และนายโจมพัน สุวรรณไตรย์ เดินทางออกจากหมู่บ้านมุ่งลงไปสู่เมืองหลวง ในสมัยนั้นเขาเรียกการออกจากบ้านไปครั้งนี้ว่า “ลงไปไทย” เพื่อไปหางานทำ เมื่อออกจากหมู่บ้านจึงมุ่งหน้าลงสู่ทางภาคใต้ จังหวัดสงขลา ทำงานเป็นช่างผู้ควบคุมเครื่องฉีดเหมืองแร่ ที่บริษัทอรรถทวี อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
เมื่อทำงานที่ภาคใต้เป็นระยะเวลา ๑ ปีครึ่ง ด้วยเกิดความคิดถึงบ้าน จึงชวนเพื่อนเดินทางกลับคืนสู่บ้านเกิด สมัยนั้นเก็บเงินได้เป็นจำนวน ๑,๓๐๐ บาท (เมื่อกว่า ๖๐ ปีที่แล้ว ถ้าเทียบปัจจุบันนี้ก็คงจะเป็นเงินแสนบาท)
จากการกลับมาจาก “ไปไทย” ของนายแถม แสนโสม มีเงินไปซื้อจักรยานฮัมเบอร์ ๑ คัน ใช้ขี่ไปจีบสาวในหมู่บ้านและต่างถิ่น จนบรรดาสาวๆ ให้ฉายาเลื่องลือว่า “จักรยานบ่าวเซียงแถม”
ชีวิตครอบครัว:
ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๐๐ ได้แต่งงานกับนางสาวนารอน วังคะฮาต สาวงามคุ้มบ้านใต้ โดยมีลุงห้วยรับเป็นพ่อล่าม หลังจากแต่งงานแล้วท่านได้สร้างหลักปักฐานขยันทำมาหากิน ประกอบอาชีพด้วยความสุจริต และดำรงตนอยู่ในสังคมอย่างสงบสุขจนมีบุตรธิดาด้วยกัน ๖ คน ดังนี้:
๑. นายจุลจักร แสนโสม รับราชการ ตำแหน่งเจ้าพนักงานศาลยุติธรรม ชำนาญการ หัวหน้ากลุ่มงานคดี ศาลจังหวัดมุกดาหาร แผนกคดีเยาวชนและครอบครัว สมรสกับนางอนงค์ แสนโสม รับราชการเจ้าหน้าที่ธุรการ ศาลจังหวัดมุกดาหาร
๒. นางจรัศศรี โชติบุญ รับราชการครู ตำแหน่งครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนบ้านสูงเปือย อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร สมรสกับนายแสง โชติบุญ ข้าราชการครู โรงเรียนเดียวกัน
๓. นายวีรชัย แสนโสม เรียนจบปริญญาตรี ประกอบอาชีพส่วนตัว สมรสกับนางเตรียมจินดา แสนโสม ทำงานเป็นผู้ดูแลศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านคำชะอี
๔. นายไพบูลย์ แสนโสม พนักงานรัฐวิสาหกิจ ตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการ บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด สมรสกับนางบุญศรี แสนโสม
๕. นางทัศนีย์ พรหมทา รับราชการครู ตำแหน่งครูชำนาญการ โรงเรียนบ้านม่วง ตำบลบ้านเหล่า อำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร สมรสกับนายอดิศักดิ์ พรหมทา สมาชิก อบจ.จังหวัดมุกดาหาร เขต ๒ อำเภอคำชะอี
๖. นายธีรศักดิ์ แสนโสม รับราชการ ตำแหน่งหัวหน้างานควบคุมและตรวจสอบระบบบำบัดน้ำเสีย กองช่าง เทศบาลเมืองมุกดาหาร สมรสกับนางนงคราญ แสนโสม
#ชีวิตการทำงานเพื่อสังคม
นายแถม แสนโสม เริ่มเข้ามาทำงานเป็นผู้นำชุมชนครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๙ ในตำแหน่งผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน รุ่นเดียวกับนายเกตุ สุวรรณไตรย์ (สมัยนั้นนายเครือ วังคะฮาต เป็นผู้ใหญ่บ้าน) ด้วยผลงานและการเอาการเอางานอย่างทุ่มเท ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๑๗ นายแถม แสนโสม จึงได้รับการเลือกตั้งเป็นผู้ใหญ่บ้านหมู่ ๔ แทนผู้ใหญ่เครือ วังคะฮาต ซึ่งเกษียณอายุราชการลง
เวลาต่อมาในสมัยนั้น บ้านเมืองไทยตกอยู่ในยุค นายสัญญา ธรรมศักดิ์ (นายกรัฐมนตรีจากการแต่งตั้ง) ต่อเนื่องจากเหตุการณ์บ้านเมืองไทยหลังยุคเผด็จการทหาร นำโดยพลเอกสฤษดิ์ ธนรัชต์ นายกรัฐมนตรีในสมัยนั้น มีการใช้มาตรา ๑๗ และเมื่อหมดยุคพลเอกสฤษดิ์ ธนรัชต์ ก็มีนายกรัฐมนตรีคือ นายสัญญา ธรรมศักดิ์ บ้านเมืองก็ยังไม่สงบเรียบร้อย เมื่อสถานการณ์เริ่มทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนเกิดเหตุการณ์สังหารพระสงฆ์ในท้องที่อำเภอคำชะอี จังหวัดนครพนม จึงทำให้เกิดการชุมนุมขึ้นและไม่มีทีท่าว่าจะยุติ
นายสำเนียง เนาวรังษี ศึกษาธิการอำเภอคำชะอีในขณะนั้น ได้ให้ผู้ใหญ่บ้าน นายแถม แสนโสม ขึ้นพูดบนเวทีเพื่อระงับเหตุการณ์ ท่านสามารถพูดได้อย่างมีหลักการ เสียงดังฟังชัด เป็นที่พอใจของผู้มาชุมนุม กระทั่งเหตุการณ์คลี่คลายไปในทางที่ดี โรงเรียนคำชะอีวิทยาคารจึงแต่งตั้งให้ท่านเป็นประธานกรรมการศึกษาของโรงเรียน นับเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่ฉายแววแห่งนักพูดต่อหน้าชุมชนในเวลาต่อมา
ภายหลังจากกำนันจำลอง อุปัญญ์ ได้เกษียณอายุราชการในปี พ.ศ. ๒๕๒๔ นายแถม แสนโสม จึงได้รับเลือกให้เป็น กำนันตำบลคำชะอี
เมื่อเข้ารับตำแหน่งกำนันตำบลคำชะอี ท่านได้ยึดหลักการทำงานโดยยึดหลักธรรมคำสั่งสอนของพระอาจารย์หลวงพ่อมหาสุรศักดิ์ ชีวานันโท คือยึดหลักธรรม:
“แพ้เป็นพระ ชนะเป็นมาร”
“ธรรมะย่อมชนะอธรรม”
“ความดีย่อมชนะความชั่ว”
ยึดความกตัญญู รู้คุณคน เน้นทำคุณงามความดี ประสานความสามัคคีในชุมชน สร้างสรรค์มวลชน คำนึงถึงคนหมู่มากแต่ต้องเป็นความถูกต้องและชอบธรรม “การติเพื่อก่อ การยอเป็นการทำลาย” อย่าเหลิงเมื่อมีคนชม ท่านบอกว่านับว่าท่านโชคดีที่มีผู้รู้คอยชี้แนะแนวทางในการดำเนินชีวิตหลายท่านด้วยกัน อาทิ ครูจินดา จิตจักร, ครูเกณฑ์ นรบัติ (ถึงแก่กรรม) และครูพิน สุวรรณไตรย์
#ผลงานอันโดดเด่นที่จุดประกายเป็นกำนันนักพัฒนา
เมื่อครั้งที่ท่านยังรับตำแหน่งเป็นผู้ใหญ่บ้านหมู่ ๔ ตำบลคำชะอี จากอุปนิสัยเป็นคนพูดจาเสียงดังฟังชัด กล้าคิด กล้าพูด และกล้าแสดงออก ท่านได้รับเลือกให้เป็นประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านของจังหวัดมุกดาหารต่อมา และรับหน้าที่เป็นผู้ติดต่อประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อพัฒนาตำบลคำชะอี จนมีผลงานมากมาย อาทิเช่น:
๑. ด้านชลประทาน:
เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๘ ได้ไปเข้าพบนายกรัฐมนตรีในสมัยนั้นคือ พลเอกเกรียงศักดิ์ ชมนันท์ ที่จังหวัดขอนแก่น พร้อมผู้ใหญ่บ้านหมู่อื่นๆ ของตำบลคำชะอี นำโดย สจ.ทรง ศรีหาจักร เป็นผู้ประสานงานให้เข้าพบ เพื่อยื่นหนังสือ “โครงการก่อสร้างชลประทานห้วยคันแทใหญ่” แต่การไปครั้งนั้นท่านกลับได้พบกับผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม (นายยงค์ ณ นคร) เป็นผู้ว่าฯ ในสมัยนั้นโดยบังเอิญ! ท่านจึงถูกขอร้องไว้ ยังไม่ให้เข้าพบนายกรัฐมนตรี แต่ให้ไปพบท่านผู้ว่าฯ ที่ศาลากลางจังหวัดนครพนมแทน และจากการเข้าพบดังกล่าวท่านได้เซ็นอนุมัติโครงการสร้างอ่างเก็บน้ำ ๒ แห่ง คือ อ่างเก็บน้ำห้วยน้อย และ อ่างเก็บน้ำคำผักแพว
๒. การเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อส่วนราชการระดับกรมจาก ๓ กระทรวง:
กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์: เพื่อโครงการก่อสร้างห้วยคันแทใหญ่ ที่ยื่นขอโครงการเอาไว้ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๐๓ และปัจจุบันนี้ได้งบก่อสร้างแล้วเสร็จแต่ยังไม่ได้ทำพิธีเปิดใช้อย่างเป็นทางการ
กรมป่าไม้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์: เพื่อขอเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูสีฐาน ในครั้งนั้นเองอธิบดีกรมป่าไม้ในสมัยนั้นถึงกับพูดว่า “ไม่มีสภาตำบลใดในประเทศไทย มาขอสงวนป่า พวกเขามีแต่ทำลาย” และยังไปพบกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านพลเอกหาญ ลีลานนท์ ในสมัยนั้น ที่ตึกรัฐสภา โดยผู้ประสานงานในยุคนั้นคือ สส.ระวี กิ่งคำวงศ์
กรมโยธาธิการ กระทรวงมหาดไทย: เพื่อขอถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก รอบๆ หมู่บ้าน และยังได้เชิญรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในสมัยนั้นคือ นายเสนาะ เทียนทอง มาดูถนนคอนกรีตเสริมเหล็กที่บ้านคำชะอี ที่สร้างเอาไว้เป็นระยะทางรวมทั้งสิ้น ๔๑๖ เมตร เมื่อท่านมาเห็นจึงอนุมัติเพิ่มงบให้สร้างต่ออีกระยะ ๑,๖๐๐ เมตร จนแล้วเสร็จเป็นถนนรอบหมู่บ้านคำชะอี
หลังจากนั้นจึงทำหนังสือยื่นของบสร้างถนนลาดยางเข้าหมู่บ้านต่างๆ ได้แก่ ถนนลาดยางบ้านนาปุ่ง, ถนนลาดยางเข้าหมู่บ้านโนนสว่าง, ถนนลาดยางเข้าหมู่บ้านแก้งช้างเนียม และถนนลาดยางเข้าหมู่บ้านกกไฮ ต่อมาในยุคนั้นตำบลคำชะอีจึงเป็นตำบลที่มีการคมนาคมสัญจรไปมาสะดวกที่สุดในจังหวัดมุกดาหาร จนสภาตำบลในเขตจังหวัดนครราชสีมามาดูงานและขอคำแนะนำ
๓. หน่วยงานอื่นๆ ที่รัฐจัดสรรมาให้:
คือ นพค.๒๔ ย้ายจากจังหวัดกาฬสินธุ์มาตั้งบริเวณหนองหลวงในปัจจุบัน
#กำนันนักพัฒนาชุมชน
ปี พ.ศ. ๒๕๒๐: กำนันแถม แสนโสม ได้นำชาวบ้านก่อสร้างศาลเจ้าปู่
ปี พ.ศ. ๒๕๒๙–๒๕๓๐: กำนันแถม แสนโสม ได้นำชาวบ้านผู้ศรัทธาสร้างพระอุโบสถวัดโพธิ์ศรีแก้วจนแล้วเสร็จ
ปี พ.ศ. ๒๕๓๑–๒๕๓๒: นำพาชาวบ้านทุกหมู่บ้านที่คำชะอีทำ “หน้าบ้านน่าอยู่” ชาวบ้านลงทุนลงแรงพัฒนาหมู่บ้านแล้วส่งเข้าประกวดระดับจังหวัด เขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จนได้รับรางวัลชนะเลิศ ได้รับเงินรางวัลเงินสด ๖๐,๐๐๐ บาท (แต่หมู่บ้านใช้เงินลงทุนพัฒนาไปประมาณ ๘๐,๐๐๐ บาท)
ปี พ.ศ. ๒๕๓๙: นำพาชาวบ้านคำชะอีสร้างเมรุดานตึงแล้วเสร็จในปีเดียวกัน ใช้งบประมาณในการก่อสร้างไปจำนวน ๖๘๐,๐๐๐ บาท (หกแสนแปดหมื่นบาทถ้วน) สร้างเมรุเผาศพ และสร้างอาคารเรียนชั่วคราวโรงเรียนคำชะอีพิทยาคม
ด้วยทั้งหมดทั้งมวลที่กล่าวมานี้ กำนันแถม แสนโสม ได้สร้างความสมัครสมานสามัคคีให้ชาวบ้านทุกๆ คนมีส่วนร่วมในการก่อสร้าง โดยมีการจัดรำวงการกุศลหาเงินสนับสนุนทุกๆ เดือน จนชาวบ้านมีการพูดติดปากว่า “ไปรำวงการกุศลหาเงินตามสี่แยกบ้านคำชะอีทุกเดือน” มีหัวหน้าคุ้มนำพาลูกคุ้มจัดหานางรำแล้วร่วมรำวงอย่างสนุกสนาน
#กำนันด้านวัฒนธรรม
ในหมู่บ้านเขตตำบลคำชะอี ซึ่งเป็นท้องถิ่นของชาวผู้ไท ดังนั้นด้านศิลปวัฒนธรรมชาวผู้ไทมีเอกลักษณ์ประจำท้องถิ่นคือ ผู้คนในชุมชนจะสามารถรำผู้ไทเพื่อประกอบการแสดงพื้นบ้านในงานต่างๆ ในจุดนี้เองกำนันแถม แสนโสม ท่านไม่ได้ขาดคุณสมบัติเหล่านี้เลย ท่านสามารถรำผู้ไท ร้อง และแสดงออกอย่างเด่นเป็นเอกลักษณ์แก่ผู้ได้พบเห็น ในฐานะผู้สืบสานทางวัฒนธรรมพื้นบ้านคนผู้ไท จนได้รับรางวัล “คนดีศรีเมืองมุก” ประจำปี พ.ศ. ๒๕๓๗
#กำนันแหนบทองคำ (เกียรติประวัติและประกาศเกียรติคุณ)
ปี พ.ศ. ๒๕๑๖: ประธานกลุ่มรุ่นในการอบรมลูกเสือชาวบ้านตำบลคำชะอี ทั้ง ๑๔ หมู่บ้าน
ปี พ.ศ. ๒๕๒๘: ได้รับรางวัลที่ ๑ โครงการสร้างงานในชนบท (กสช.๒๕๒๘)
ปี พ.ศ. ๒๕๒๘: ได้รับรางวัลสนับสนุนประชาธิปไตยในการเลือกตั้งผู้แทนราษฎรจังหวัดมุกดาหาร โดยตำบลคำชะอีมีผู้ออกไปใช้สิทธิเต็ม ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์
ปี พ.ศ. ๒๕๓๐: ได้รับรางวัล “แหนบทองคำ” พร้อมรางวัลอาวุธปืนสั้น เป็นคนแรกของจังหวัดมุกดาหาร เมื่อวันที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๓๐ ณ ห้องประชุมกระทรวงมหาดไทย
ปี พ.ศ. ๒๕๓๒: ได้รับรางวัลประกวดหมู่บ้าน (อพป.) ในระดับภาค/ชาติ และผลจากการชนะเลิศประกวดหมู่บ้านไทยอาสาพัฒนาและป้องกันตนเอง (อพป.) จึงได้รับงบประมาณในการสร้างถนนคอนกรีตรอบๆ หมู่บ้านคำชะอี ทั้ง ๓ หมู่บ้าน
ปี พ.ศ. ๒๕๓๕: ได้รับเลือกเป็นวิทยากรเรื่อง “อนุรักษ์ไม้ชุมชน” ให้แก่นักวิชาการและอาจารย์มหาวิทยาลัยขอนแก่น ตลอดจนยังเป็นคณะกรรมการการศึกษาของสถาบันการศึกษาต่างๆ อีกมากมาย
#ด้านการครองเรือน
ตลอดเวลา ๓๒ ปีที่กำนันแถม แสนโสม ดำรงตำแหน่งผู้นำในหมู่บ้านคำชะอี จนถึงตำแหน่งสุดท้ายคือกำนันตำบลคำชะอี กาลเวลาได้พิสูจน์ผลงานการทำงานของท่านในหลายๆ ด้านจนเป็นที่ประจักษ์ ด้านการครองเรือน คุณพ่อกำนันได้ปฏิบัติตนเป็นหัวหน้าครอบครัว สร้างฐานะเป็นปึกแผ่น จนลูกๆ ทุกๆ คนประสบความสำเร็จในด้านการศึกษาและหน้าที่การงาน
ลูกๆ ทั้งหมดจึงเห็นคุณพ่อกำนันเป็นคุณพ่อนักพัฒนาและคุณพ่อผู้มีวาทศิลป์ สามารถอบรมสั่งสอนลูกๆ ให้เติบโตมาได้อย่างภาคภูมิใจ ครั้นเมื่อสูญเสียคุณพ่อกำนัน จึงมีบทอาลัยรักจากบุตรชายคนโตดังนี้:
“คำว่าพ่ออยู่ในใจลูกเสมอ ลูกคนนี้จะปกป้องคุ้มครองดูแลแม่และน้องๆ ทุกคน ขอให้พ่อหลับให้สบาย หลับเถิดพ่อผู้พ่อแห่งดงภูสีฐาน ขอพ่อทอดกายลงนอนให้สบาย ตรงที่ที่พ่อขุดดินจอบแรก เพื่อสร้างฌาปนสถานแห่งนี้ คิดถึงพ่อที่จากไป ขอพบเจอพ่อใหม่ที่ทางช้างเผือก”
— (จุลจักร แสนโสม)
#ชีวิตในบั้นปลายวัยเกษียณ
กำนันแถม แสนโสม หลังจากหมดวาระตำแหน่งตามอายุราชการแล้ว ท่านใช้ชีวิตเหมือนชาวบ้านทั่วๆ ไป มีความสุขกับลูกๆ หลานๆ และภรรยาคู่ทุกข์คู่ยาก ดำรงตนเป็นแบบอย่างแก่ลูกบ้านเสมอมา และท่านกำนันได้จากลูกๆ ไปอย่างสงบที่บ้านคำชะอี เมื่อวันที่ ๓ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ ด้วยวัยเพียง ๗๔ ปี
กำนันนักพัฒนาและกำนันแหนบทองคำ (คนแรกของจังหวัดมุกดาหาร)
ประวัติ
นายแถม แสนโสม เป็นคนบ้านคำชะอีโดยกำเนิด ในสมัยนั้นคือ บ้านคำชะอี ตำบลคำชะอี กิ่งอำเภอคำชะอี จังหวัดนครพนม (ก่อนจะกลายมาเป็นจังหวัดมุกดาหาร) เป็นบุตรของนายแสง แสนโสม ชาวบ้านหนองกะปาด และนางหนู แสนโสม ชาวบ้านคำชะอี
กำนันแถมเกิดเมื่อวันที่ ๑ เมษายน ๒๔๘๐ มีพี่น้องร่วมสายโลหิตทั้งหมด ๖ คน คือ
๑. นางนาง วังคะฮาต (ป้าเนิน) ถึงแก่กรรม
๒. นายนวล แสนโสม (ย้ายไปอยู่บ้านโค้งสำราญ อ.เมือง จ.มุกดาหาร) ถึงแก่กรรม
๓. นายใน แสนโสม (อดีตผู้ใหญ่บ้านโค้งสำราญ) ปัจจุบันย้ายไปอยู่ที่บ้านภูแผงม้า อ.นิคมคำสร้อย จ.มุกดาหาร
๔. นายแถม แสนโสม
๕. นางจำลอง สุวรรณไตรย์ (สาลอง) ถึงแก่กรรม
๖. นางสุนันทา สุวรรณไตรย์ (สาวสีนัน)
#การศึกษา
ชีวิตในวัยเด็ก นายแถม แสนโสม ได้เข้าเรียนตามเกณฑ์บังคับที่โรงเรียนประชาบาลคำชะอี กิ่งอำเภอคำชะอี มณฑลอุดรธานี (ในสมัยนั้นคือวันที่ ๒๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๙๐) สมัยนั้นอายุ ๑๐ ขวบเข้าเรียน ป.๑ และเมื่อตอนเด็กๆ เด็กชายแถม แสนโสม ได้ฉายแววแห่งการเป็นผู้นำตั้งแต่วัยเยาว์ ครูประจำชั้น ป.๔ ตอนนั้นคือ ครูสิงห์ โพธิไสย และเป็นอดีตครูใหญ่ ได้เขียนบันทึกไว้ว่า:
“เด็กชายแถม แสนโสม เลขประจำตัว ๑๑๕๕ สอบไล่ได้ปลายปี ๘๓ เปอร์เซ็นต์ สอบได้อันดับ ๒ จบชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ เมื่อวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๔๙๕ และเป็นหัวหน้าโรงเรียน”
ภายหลังจากเรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ กำนันแถมก้าวเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ บวชเรียนศึกษาหาความรู้ทางพุทธศาสนา ที่วัดโพธิ์ศรีแก้ว บ้านคำชะอี หมู่ ๔ ตำบลคำชะอี กิ่งอำเภอคำชะอี จังหวัดนครพนม ในยุคสมัยนั้น โดยมีหลวงพ่อพระมหาสุรศักดิ์ ชีวานันโท เป็นพระอาจารย์ จนสอบได้นักธรรมตรีได้คะแนนเป็นเอก ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๔๙๙ จึงลาสิกขาบทรวมระยะเวลาที่บวช ๒ พรรษา
#ชีวิตในวัยหนุ่ม
หลังจากลาสิกขาบท ชีวิตย่างเข้าสู่วัยหนุ่ม ด้วยความกล้าและมีความเป็นผู้นำ นายแถม แสนโสม จึงได้ชวนเพื่อนๆ ในหมู่บ้านเดียวกัน คือ นายนคร วังคะฮาต และนายโจมพัน สุวรรณไตรย์ เดินทางออกจากหมู่บ้านมุ่งลงไปสู่เมืองหลวง ในสมัยนั้นเขาเรียกการออกจากบ้านไปครั้งนี้ว่า “ลงไปไทย” เพื่อไปหางานทำ เมื่อออกจากหมู่บ้านจึงมุ่งหน้าลงสู่ทางภาคใต้ จังหวัดสงขลา ทำงานเป็นช่างผู้ควบคุมเครื่องฉีดเหมืองแร่ ที่บริษัทอรรถทวี อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
เมื่อทำงานที่ภาคใต้เป็นระยะเวลา ๑ ปีครึ่ง ด้วยเกิดความคิดถึงบ้าน จึงชวนเพื่อนเดินทางกลับคืนสู่บ้านเกิด สมัยนั้นเก็บเงินได้เป็นจำนวน ๑,๓๐๐ บาท (เมื่อกว่า ๖๐ ปีที่แล้ว ถ้าเทียบปัจจุบันนี้ก็คงจะเป็นเงินแสนบาท)
จากการกลับมาจาก “ไปไทย” ของนายแถม แสนโสม มีเงินไปซื้อจักรยานฮัมเบอร์ ๑ คัน ใช้ขี่ไปจีบสาวในหมู่บ้านและต่างถิ่น จนบรรดาสาวๆ ให้ฉายาเลื่องลือว่า “จักรยานบ่าวเซียงแถม”
ชีวิตครอบครัว:
ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๐๐ ได้แต่งงานกับนางสาวนารอน วังคะฮาต สาวงามคุ้มบ้านใต้ โดยมีลุงห้วยรับเป็นพ่อล่าม หลังจากแต่งงานแล้วท่านได้สร้างหลักปักฐานขยันทำมาหากิน ประกอบอาชีพด้วยความสุจริต และดำรงตนอยู่ในสังคมอย่างสงบสุขจนมีบุตรธิดาด้วยกัน ๖ คน ดังนี้:
๑. นายจุลจักร แสนโสม รับราชการ ตำแหน่งเจ้าพนักงานศาลยุติธรรม ชำนาญการ หัวหน้ากลุ่มงานคดี ศาลจังหวัดมุกดาหาร แผนกคดีเยาวชนและครอบครัว สมรสกับนางอนงค์ แสนโสม รับราชการเจ้าหน้าที่ธุรการ ศาลจังหวัดมุกดาหาร
๒. นางจรัศศรี โชติบุญ รับราชการครู ตำแหน่งครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนบ้านสูงเปือย อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร สมรสกับนายแสง โชติบุญ ข้าราชการครู โรงเรียนเดียวกัน
๓. นายวีรชัย แสนโสม เรียนจบปริญญาตรี ประกอบอาชีพส่วนตัว สมรสกับนางเตรียมจินดา แสนโสม ทำงานเป็นผู้ดูแลศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านคำชะอี
๔. นายไพบูลย์ แสนโสม พนักงานรัฐวิสาหกิจ ตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการ บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด สมรสกับนางบุญศรี แสนโสม
๕. นางทัศนีย์ พรหมทา รับราชการครู ตำแหน่งครูชำนาญการ โรงเรียนบ้านม่วง ตำบลบ้านเหล่า อำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร สมรสกับนายอดิศักดิ์ พรหมทา สมาชิก อบจ.จังหวัดมุกดาหาร เขต ๒ อำเภอคำชะอี
๖. นายธีรศักดิ์ แสนโสม รับราชการ ตำแหน่งหัวหน้างานควบคุมและตรวจสอบระบบบำบัดน้ำเสีย กองช่าง เทศบาลเมืองมุกดาหาร สมรสกับนางนงคราญ แสนโสม
#ชีวิตการทำงานเพื่อสังคม
นายแถม แสนโสม เริ่มเข้ามาทำงานเป็นผู้นำชุมชนครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๙ ในตำแหน่งผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน รุ่นเดียวกับนายเกตุ สุวรรณไตรย์ (สมัยนั้นนายเครือ วังคะฮาต เป็นผู้ใหญ่บ้าน) ด้วยผลงานและการเอาการเอางานอย่างทุ่มเท ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๑๗ นายแถม แสนโสม จึงได้รับการเลือกตั้งเป็นผู้ใหญ่บ้านหมู่ ๔ แทนผู้ใหญ่เครือ วังคะฮาต ซึ่งเกษียณอายุราชการลง
เวลาต่อมาในสมัยนั้น บ้านเมืองไทยตกอยู่ในยุค นายสัญญา ธรรมศักดิ์ (นายกรัฐมนตรีจากการแต่งตั้ง) ต่อเนื่องจากเหตุการณ์บ้านเมืองไทยหลังยุคเผด็จการทหาร นำโดยพลเอกสฤษดิ์ ธนรัชต์ นายกรัฐมนตรีในสมัยนั้น มีการใช้มาตรา ๑๗ และเมื่อหมดยุคพลเอกสฤษดิ์ ธนรัชต์ ก็มีนายกรัฐมนตรีคือ นายสัญญา ธรรมศักดิ์ บ้านเมืองก็ยังไม่สงบเรียบร้อย เมื่อสถานการณ์เริ่มทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนเกิดเหตุการณ์สังหารพระสงฆ์ในท้องที่อำเภอคำชะอี จังหวัดนครพนม จึงทำให้เกิดการชุมนุมขึ้นและไม่มีทีท่าว่าจะยุติ
นายสำเนียง เนาวรังษี ศึกษาธิการอำเภอคำชะอีในขณะนั้น ได้ให้ผู้ใหญ่บ้าน นายแถม แสนโสม ขึ้นพูดบนเวทีเพื่อระงับเหตุการณ์ ท่านสามารถพูดได้อย่างมีหลักการ เสียงดังฟังชัด เป็นที่พอใจของผู้มาชุมนุม กระทั่งเหตุการณ์คลี่คลายไปในทางที่ดี โรงเรียนคำชะอีวิทยาคารจึงแต่งตั้งให้ท่านเป็นประธานกรรมการศึกษาของโรงเรียน นับเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่ฉายแววแห่งนักพูดต่อหน้าชุมชนในเวลาต่อมา
ภายหลังจากกำนันจำลอง อุปัญญ์ ได้เกษียณอายุราชการในปี พ.ศ. ๒๕๒๔ นายแถม แสนโสม จึงได้รับเลือกให้เป็น กำนันตำบลคำชะอี
เมื่อเข้ารับตำแหน่งกำนันตำบลคำชะอี ท่านได้ยึดหลักการทำงานโดยยึดหลักธรรมคำสั่งสอนของพระอาจารย์หลวงพ่อมหาสุรศักดิ์ ชีวานันโท คือยึดหลักธรรม:
“แพ้เป็นพระ ชนะเป็นมาร”
“ธรรมะย่อมชนะอธรรม”
“ความดีย่อมชนะความชั่ว”
ยึดความกตัญญู รู้คุณคน เน้นทำคุณงามความดี ประสานความสามัคคีในชุมชน สร้างสรรค์มวลชน คำนึงถึงคนหมู่มากแต่ต้องเป็นความถูกต้องและชอบธรรม “การติเพื่อก่อ การยอเป็นการทำลาย” อย่าเหลิงเมื่อมีคนชม ท่านบอกว่านับว่าท่านโชคดีที่มีผู้รู้คอยชี้แนะแนวทางในการดำเนินชีวิตหลายท่านด้วยกัน อาทิ ครูจินดา จิตจักร, ครูเกณฑ์ นรบัติ (ถึงแก่กรรม) และครูพิน สุวรรณไตรย์
#ผลงานอันโดดเด่นที่จุดประกายเป็นกำนันนักพัฒนา
เมื่อครั้งที่ท่านยังรับตำแหน่งเป็นผู้ใหญ่บ้านหมู่ ๔ ตำบลคำชะอี จากอุปนิสัยเป็นคนพูดจาเสียงดังฟังชัด กล้าคิด กล้าพูด และกล้าแสดงออก ท่านได้รับเลือกให้เป็นประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านของจังหวัดมุกดาหารต่อมา และรับหน้าที่เป็นผู้ติดต่อประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อพัฒนาตำบลคำชะอี จนมีผลงานมากมาย อาทิเช่น:
๑. ด้านชลประทาน:
เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๘ ได้ไปเข้าพบนายกรัฐมนตรีในสมัยนั้นคือ พลเอกเกรียงศักดิ์ ชมนันท์ ที่จังหวัดขอนแก่น พร้อมผู้ใหญ่บ้านหมู่อื่นๆ ของตำบลคำชะอี นำโดย สจ.ทรง ศรีหาจักร เป็นผู้ประสานงานให้เข้าพบ เพื่อยื่นหนังสือ “โครงการก่อสร้างชลประทานห้วยคันแทใหญ่” แต่การไปครั้งนั้นท่านกลับได้พบกับผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม (นายยงค์ ณ นคร) เป็นผู้ว่าฯ ในสมัยนั้นโดยบังเอิญ! ท่านจึงถูกขอร้องไว้ ยังไม่ให้เข้าพบนายกรัฐมนตรี แต่ให้ไปพบท่านผู้ว่าฯ ที่ศาลากลางจังหวัดนครพนมแทน และจากการเข้าพบดังกล่าวท่านได้เซ็นอนุมัติโครงการสร้างอ่างเก็บน้ำ ๒ แห่ง คือ อ่างเก็บน้ำห้วยน้อย และ อ่างเก็บน้ำคำผักแพว
๒. การเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อส่วนราชการระดับกรมจาก ๓ กระทรวง:
กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์: เพื่อโครงการก่อสร้างห้วยคันแทใหญ่ ที่ยื่นขอโครงการเอาไว้ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๐๓ และปัจจุบันนี้ได้งบก่อสร้างแล้วเสร็จแต่ยังไม่ได้ทำพิธีเปิดใช้อย่างเป็นทางการ
กรมป่าไม้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์: เพื่อขอเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูสีฐาน ในครั้งนั้นเองอธิบดีกรมป่าไม้ในสมัยนั้นถึงกับพูดว่า “ไม่มีสภาตำบลใดในประเทศไทย มาขอสงวนป่า พวกเขามีแต่ทำลาย” และยังไปพบกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านพลเอกหาญ ลีลานนท์ ในสมัยนั้น ที่ตึกรัฐสภา โดยผู้ประสานงานในยุคนั้นคือ สส.ระวี กิ่งคำวงศ์
กรมโยธาธิการ กระทรวงมหาดไทย: เพื่อขอถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก รอบๆ หมู่บ้าน และยังได้เชิญรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในสมัยนั้นคือ นายเสนาะ เทียนทอง มาดูถนนคอนกรีตเสริมเหล็กที่บ้านคำชะอี ที่สร้างเอาไว้เป็นระยะทางรวมทั้งสิ้น ๔๑๖ เมตร เมื่อท่านมาเห็นจึงอนุมัติเพิ่มงบให้สร้างต่ออีกระยะ ๑,๖๐๐ เมตร จนแล้วเสร็จเป็นถนนรอบหมู่บ้านคำชะอี
หลังจากนั้นจึงทำหนังสือยื่นของบสร้างถนนลาดยางเข้าหมู่บ้านต่างๆ ได้แก่ ถนนลาดยางบ้านนาปุ่ง, ถนนลาดยางเข้าหมู่บ้านโนนสว่าง, ถนนลาดยางเข้าหมู่บ้านแก้งช้างเนียม และถนนลาดยางเข้าหมู่บ้านกกไฮ ต่อมาในยุคนั้นตำบลคำชะอีจึงเป็นตำบลที่มีการคมนาคมสัญจรไปมาสะดวกที่สุดในจังหวัดมุกดาหาร จนสภาตำบลในเขตจังหวัดนครราชสีมามาดูงานและขอคำแนะนำ
๓. หน่วยงานอื่นๆ ที่รัฐจัดสรรมาให้:
คือ นพค.๒๔ ย้ายจากจังหวัดกาฬสินธุ์มาตั้งบริเวณหนองหลวงในปัจจุบัน
#กำนันนักพัฒนาชุมชน
ปี พ.ศ. ๒๕๒๐: กำนันแถม แสนโสม ได้นำชาวบ้านก่อสร้างศาลเจ้าปู่
ปี พ.ศ. ๒๕๒๙–๒๕๓๐: กำนันแถม แสนโสม ได้นำชาวบ้านผู้ศรัทธาสร้างพระอุโบสถวัดโพธิ์ศรีแก้วจนแล้วเสร็จ
ปี พ.ศ. ๒๕๓๑–๒๕๓๒: นำพาชาวบ้านทุกหมู่บ้านที่คำชะอีทำ “หน้าบ้านน่าอยู่” ชาวบ้านลงทุนลงแรงพัฒนาหมู่บ้านแล้วส่งเข้าประกวดระดับจังหวัด เขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จนได้รับรางวัลชนะเลิศ ได้รับเงินรางวัลเงินสด ๖๐,๐๐๐ บาท (แต่หมู่บ้านใช้เงินลงทุนพัฒนาไปประมาณ ๘๐,๐๐๐ บาท)
ปี พ.ศ. ๒๕๓๙: นำพาชาวบ้านคำชะอีสร้างเมรุดานตึงแล้วเสร็จในปีเดียวกัน ใช้งบประมาณในการก่อสร้างไปจำนวน ๖๘๐,๐๐๐ บาท (หกแสนแปดหมื่นบาทถ้วน) สร้างเมรุเผาศพ และสร้างอาคารเรียนชั่วคราวโรงเรียนคำชะอีพิทยาคม
ด้วยทั้งหมดทั้งมวลที่กล่าวมานี้ กำนันแถม แสนโสม ได้สร้างความสมัครสมานสามัคคีให้ชาวบ้านทุกๆ คนมีส่วนร่วมในการก่อสร้าง โดยมีการจัดรำวงการกุศลหาเงินสนับสนุนทุกๆ เดือน จนชาวบ้านมีการพูดติดปากว่า “ไปรำวงการกุศลหาเงินตามสี่แยกบ้านคำชะอีทุกเดือน” มีหัวหน้าคุ้มนำพาลูกคุ้มจัดหานางรำแล้วร่วมรำวงอย่างสนุกสนาน
#กำนันด้านวัฒนธรรม
ในหมู่บ้านเขตตำบลคำชะอี ซึ่งเป็นท้องถิ่นของชาวผู้ไท ดังนั้นด้านศิลปวัฒนธรรมชาวผู้ไทมีเอกลักษณ์ประจำท้องถิ่นคือ ผู้คนในชุมชนจะสามารถรำผู้ไทเพื่อประกอบการแสดงพื้นบ้านในงานต่างๆ ในจุดนี้เองกำนันแถม แสนโสม ท่านไม่ได้ขาดคุณสมบัติเหล่านี้เลย ท่านสามารถรำผู้ไท ร้อง และแสดงออกอย่างเด่นเป็นเอกลักษณ์แก่ผู้ได้พบเห็น ในฐานะผู้สืบสานทางวัฒนธรรมพื้นบ้านคนผู้ไท จนได้รับรางวัล “คนดีศรีเมืองมุก” ประจำปี พ.ศ. ๒๕๓๗
#กำนันแหนบทองคำ (เกียรติประวัติและประกาศเกียรติคุณ)
ปี พ.ศ. ๒๕๑๖: ประธานกลุ่มรุ่นในการอบรมลูกเสือชาวบ้านตำบลคำชะอี ทั้ง ๑๔ หมู่บ้าน
ปี พ.ศ. ๒๕๒๘: ได้รับรางวัลที่ ๑ โครงการสร้างงานในชนบท (กสช.๒๕๒๘)
ปี พ.ศ. ๒๕๒๘: ได้รับรางวัลสนับสนุนประชาธิปไตยในการเลือกตั้งผู้แทนราษฎรจังหวัดมุกดาหาร โดยตำบลคำชะอีมีผู้ออกไปใช้สิทธิเต็ม ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์
ปี พ.ศ. ๒๕๓๐: ได้รับรางวัล “แหนบทองคำ” พร้อมรางวัลอาวุธปืนสั้น เป็นคนแรกของจังหวัดมุกดาหาร เมื่อวันที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๓๐ ณ ห้องประชุมกระทรวงมหาดไทย
ปี พ.ศ. ๒๕๓๒: ได้รับรางวัลประกวดหมู่บ้าน (อพป.) ในระดับภาค/ชาติ และผลจากการชนะเลิศประกวดหมู่บ้านไทยอาสาพัฒนาและป้องกันตนเอง (อพป.) จึงได้รับงบประมาณในการสร้างถนนคอนกรีตรอบๆ หมู่บ้านคำชะอี ทั้ง ๓ หมู่บ้าน
ปี พ.ศ. ๒๕๓๕: ได้รับเลือกเป็นวิทยากรเรื่อง “อนุรักษ์ไม้ชุมชน” ให้แก่นักวิชาการและอาจารย์มหาวิทยาลัยขอนแก่น ตลอดจนยังเป็นคณะกรรมการการศึกษาของสถาบันการศึกษาต่างๆ อีกมากมาย
#ด้านการครองเรือน
ตลอดเวลา ๓๒ ปีที่กำนันแถม แสนโสม ดำรงตำแหน่งผู้นำในหมู่บ้านคำชะอี จนถึงตำแหน่งสุดท้ายคือกำนันตำบลคำชะอี กาลเวลาได้พิสูจน์ผลงานการทำงานของท่านในหลายๆ ด้านจนเป็นที่ประจักษ์ ด้านการครองเรือน คุณพ่อกำนันได้ปฏิบัติตนเป็นหัวหน้าครอบครัว สร้างฐานะเป็นปึกแผ่น จนลูกๆ ทุกๆ คนประสบความสำเร็จในด้านการศึกษาและหน้าที่การงาน
ลูกๆ ทั้งหมดจึงเห็นคุณพ่อกำนันเป็นคุณพ่อนักพัฒนาและคุณพ่อผู้มีวาทศิลป์ สามารถอบรมสั่งสอนลูกๆ ให้เติบโตมาได้อย่างภาคภูมิใจ ครั้นเมื่อสูญเสียคุณพ่อกำนัน จึงมีบทอาลัยรักจากบุตรชายคนโตดังนี้:
“คำว่าพ่ออยู่ในใจลูกเสมอ ลูกคนนี้จะปกป้องคุ้มครองดูแลแม่และน้องๆ ทุกคน ขอให้พ่อหลับให้สบาย หลับเถิดพ่อผู้พ่อแห่งดงภูสีฐาน ขอพ่อทอดกายลงนอนให้สบาย ตรงที่ที่พ่อขุดดินจอบแรก เพื่อสร้างฌาปนสถานแห่งนี้ คิดถึงพ่อที่จากไป ขอพบเจอพ่อใหม่ที่ทางช้างเผือก”
— (จุลจักร แสนโสม)
#ชีวิตในบั้นปลายวัยเกษียณ
กำนันแถม แสนโสม หลังจากหมดวาระตำแหน่งตามอายุราชการแล้ว ท่านใช้ชีวิตเหมือนชาวบ้านทั่วๆ ไป มีความสุขกับลูกๆ หลานๆ และภรรยาคู่ทุกข์คู่ยาก ดำรงตนเป็นแบบอย่างแก่ลูกบ้านเสมอมา และท่านกำนันได้จากลูกๆ ไปอย่างสงบที่บ้านคำชะอี เมื่อวันที่ ๓ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ ด้วยวัยเพียง ๗๔ ปี
คู่สมรส
ไม่มีข้อมูลคู่สมรสในระบบ
เครือข่ายความสัมพันธ์
• ลำดับขั้นอิงตามรหัสระบบสากล
• ข้อมูลชุดนี้เชื่อมโยงจากตารางฐานข้อมูลหลักของสายตระกูล
👨👩👧👦 รายนามบุตร-ธิดา / ทายาทรุ่นถัดไป 6 คน
จรัสศรี แสนโสม
ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนบ้านสูงเปือย อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร
จุลจักร แสนโสม
เจ้าพนักงานศาลยุติธรรม ชำนาญการ หัวหน้ากลุ่มงานคดี ศาลจังหวัดมุกดาหาร แผนกคดีเยาวชนและครอบครัว
ทัศนีย์ แสนโสม
ครูชำนาญการ โรงเรียนบ้านม่วง ตำบลบ้านเหล่า อำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร
ธีระศักดิ์ แสนโสม
หัวหน้างานควบคุมและตรวจสอบระบบบำบัดน้ำเสีย กองช่าง เทศบาลเมืองมุกดาหาร
วีระชัย แสนโสม
ไพบูลย์ แสนโสม
ผู้ช่วยผู้จัดการ บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด